คลิฟฟอร์ด เจมส์ เกียร์ซ
1926-2006
Clifford James Geertz

คลิฟฟอร์ด เจมส์ เกียร์ซ (Clifford James Geertz, 1926-2006) นักมานุษยวิทยาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และมีอิทธิพลต่อแนวทางมานุษยวิทยาสัญลักษณ์ (Symbolic Anthropology) เกียร์ซได้รับการกล่าวขานว่าเป็น

คลิฟฟอร์ด เจมส์ เกียร์ซ (Clifford James Geertz, 1926-2006) นักมานุษยวิทยาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และมีอิทธิพลต่อแนวทางมานุษยวิทยาสัญลักษณ์ (Symbolic Anthropology) เกียร์ซได้รับการกล่าวขานว่าเป็น

"นักมานุษยวิทยาวัฒนธรรมหนึ่งเดียว
ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาในช่วงสามทศวรรษ"
"นักมานุษยวิทยาวัฒนธรรมหนึ่งเดียวที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาในช่วงสามทศวรรษ"

เกียร์ซเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน นิวเจอร์ซีย์ (Institute for Advanced Study, Princeton) ชื่อของเกียร์ซเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในฐานะผู้เชี่ยวชาญอินโดนีเซีย (Indonesianist) และนักทฤษฎีทางมานุษยวิทยา (Anthropological Theorist)

เกียร์ซเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน นิวเจอร์ซีย์ (Institute for Advanced Study, Princeton) ชื่อของเกียร์ซเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในฐานะผู้เชี่ยวชาญอินโดนีเซีย (Indonesianist) และนักทฤษฎีทางมานุษยวิทยา (Anthropological Theorist)

เกียร์ซผลิตงานวิจัยทางชาติพันธุ์วรรณนาอย่างลึกซึ้งในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และแอฟริกาเหนือ งานภาคสนามถือเป็นพื้นฐานการวิเคราะห์ที่มีชื่อเสียงของเกียร์ซเรื่องการชนไก่ของชาวบาหลี (Balinese cockfight) และเรื่องอื่นๆ

เกียร์ซผลิตงานวิจัยทางชาติพันธุ์วรรณนาอย่างลึกซึ้งในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และแอฟริกาเหนือ งานภาคสนามถือเป็นพื้นฐานการวิเคราะห์ที่มีชื่อเสียงของเกียร์ซเรื่องการชนไก่ของชาวบาหลี (Balinese cockfight) และเรื่องอื่นๆ

เกียร์ซมีส่วนสร้างทฤษฎีทางสังคมและวัฒนธรรมที่ยังคงมีอิทธิพลทางมานุษยวิทยาซึ่งมุ่งตระหนักถึงกรอบของความหมายที่รายล้อมในวิถีชีวิตของผู้คน เขาสะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานความคิดหลักทางมานุษยวิทยา เช่น งานชาติพันธุ์วรรณนาและวัฒนธรรม รวมถึงตั้งคำถามต่อความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และคุณค่าต่อโลกสมัยใหม่

เกียร์ซมีส่วนสร้างทฤษฎีทางสังคมและวัฒนธรรมที่ยังคงมีอิทธิพลทางมานุษยวิทยาซึ่งมุ่งตระหนักถึงกรอบของความหมายที่รายล้อมในวิถีชีวิตของผู้คน เขาสะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานความคิดหลักทางมานุษยวิทยา เช่น งานชาติพันธุ์วรรณนาและวัฒนธรรม รวมถึงตั้งคำถามต่อความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และคุณค่าต่อโลกสมัยใหม่

งานชาติพันธุ์วรรณนา เป็นหัวใจของมานุษยวิทยา Thick Description

งานชาติพันธุ์วรรณนาอันทรงคุณค่าทางมานุษยวิทยา The religion of Java (1960) มาจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเกียร์ซเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกียร์ซในช่วงแรกของชีวิตนักมานุษยวิทยา แสดงถึงการศึกษาและการเขียนงานชาติพันธุ์วรรณนาที่โดดเด่น ดังที่เขาเห็นว่า "งานชาติพันธุ์วรรณนาถือเป็นหัวใจของวิชามานุษยวิทยา" เกียร์ซไม่ได้เน้นไปยังการทำหน้าที่ (function) ของสถาบันต่างๆ ในการส่งเสริมโครงสร้าง (structure) ของสังคม ทว่าเกียร์ซกลับเน้นไปที่ความหมายของพฤติกรรมและคำพูดของคนในสังคมแทน

งานชาติพันธุ์วรรณนาอันทรงคุณค่าทางมานุษยวิทยา The religion of Java (1960) มาจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเกียร์ซเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกียร์ซในช่วงแรกของชีวิตนักมานุษยวิทยา แสดงถึงการศึกษาและการเขียนงานชาติพันธุ์วรรณนาที่โดดเด่น ดังที่เขาเห็นว่า "งานชาติพันธุ์วรรณนาถือเป็นหัวใจของวิชามานุษยวิทยา" เกียร์ซไม่ได้เน้นไปยังการทำหน้าที่ (function) ของสถาบันต่างๆ ในการส่งเสริมโครงสร้าง (structure) ของสังคม ทว่าเกียร์ซกลับเน้นไปที่ความหมายของพฤติกรรมและคำพูดของคนในสังคมแทน

วัฒนธรรมคือความหมาย

นักมานุษยวิทยาวัฒนธรรมไม่ได้เริ่มต้นการวิจัยด้วยการมีความคิดหรือสมมติฐานที่แจ่มชัด แล้วนำไปทดสอบในท้องที่ที่ห่างไกลโดยมีกระบวนการขั้นตอนและวิธีการที่มีระบบมีระเบียบ นักมานุษยวิทยาเดินทางไปดินแดนเหล่านั้น โดยพอจะรู้ว่าอยากไปศึกษาเรื่องอะไร (แต่บางทีก็เปลี่ยนไปศึกษาเรื่องอื่นที่ดูน่าสนใจกว่า) แล้วกลับมาอ่านข้อมูลที่จดมาในสมุดบันทึกส่วนตัว ประกอบกับรื้อฟื้นความทรงจำถึงเรื่องต่างๆ เอามาจัดให้เป็นหมวดหมู่ ทั้งนี้ เพื่อจะดูว่าจะสามารถค้นพบอะไรได้บ้าง ซึ่งอาจสร้างความกระจ่างและนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงความคิดที่ได้รับมาข้อเขียนที่กระบวนการเหล่านี้ผลิตขึ้น ย่อมมีลักษณะเป็นการสำรวจค้นหา ถามตนเอง และถูกปั้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างจากการทดลองพิสูจน์สมมติฐานและการวิจัยเพื่อทำนายผลการทดลองอันเป็นวิธีการของวิทยาศาสตร์กายภาพ

นักมานุษยวิทยาวัฒนธรรมไม่ได้เริ่มต้นการวิจัยด้วยการมีความคิดหรือสมมติฐานที่แจ่มชัด แล้วนำไปทดสอบในท้องที่ที่ห่างไกลโดยมีกระบวนการขั้นตอนและวิธีการที่มีระบบมีระเบียบ นักมานุษยวิทยาเดินทางไปดินแดนเหล่านั้น โดยพอจะรู้ว่าอยากไปศึกษาเรื่องอะไร (แต่บางทีก็เปลี่ยนไปศึกษาเรื่องอื่นที่ดูน่าสนใจกว่า) แล้วกลับมาอ่านข้อมูลที่จดมาในสมุดบันทึกส่วนตัว ประกอบกับรื้อฟื้นความทรงจำถึงเรื่องต่างๆ เอามาจัดให้เป็นหมวดหมู่ ทั้งนี้ เพื่อจะดูว่าจะสามารถค้นพบอะไรได้บ้าง ซึ่งอาจสร้างความกระจ่างและนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงความคิดที่ได้รับมาข้อเขียนที่กระบวนการเหล่านี้ผลิตขึ้น ย่อมมีลักษณะเป็นการสำรวจค้นหา ถามตนเอง และถูกปั้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างจากการทดลองพิสูจน์สมมติฐานและการวิจัยเพื่อทำนายผลการทดลองอันเป็นวิธีการของวิทยาศาสตร์กายภาพ

The religion of Java
Agricultural involution: the process of ecological change in Indonesia
The social history of an Indonesian town
The interpretation of cultures: selected essays
Negara: the theatre state in nineteenth-century Bali
Works and lives: the anthropologist as author

....ทัศนะของเกียร์ซที่มีต่อวิชามานุษยวิทยาดังที่เขาเองได้เขียนไว้ว่า สิ่งที่นักมานุษยวิทยาทำคือชาติพันธุ์วรรณนา และการที่จะรู้ว่าชาติพันธุ์วรรณนาคืออะไรและทำอย่างไรนั้น เป็นบันไดขั้นต้นของการที่จะเรียนรู้และเข้าใจการวิเคราะห์ทางมานุษยวิทยา สำหรับเกียร์ซ สิ่งสำคัญในวิชามานุษยวิทยาคือการศึกษาและเขียนบรรยายวัฒนธรรมของกลุ่มชน

....ทัศนะของเกียร์ซที่มีต่อวิชามานุษยวิทยาดังที่เขาเองได้เขียนไว้ว่า สิ่งที่นักมานุษยวิทยาทำคือชาติพันธุ์วรรณนา และการที่จะรู้ว่าชาติพันธุ์วรรณนาคืออะไรและทำอย่างไรนั้น เป็นบันไดขั้นต้นของการที่จะเรียนรู้และเข้าใจการวิเคราะห์ทางมานุษยวิทยา สำหรับเกียร์ซ สิ่งสำคัญในวิชามานุษยวิทยาคือการศึกษาและเขียนบรรยายวัฒนธรรมของกลุ่มชน

[หน้า 16-17]
อคิน รพีพัฒน์, (2551). วัฒนธรรมคือความหมาย. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).

ในช่วงที่ลงทำงานภาคสนามครั้งแรกเมื่อปี 2521 นั้น ผมมีความรู้ทางทฤษฎีติดตัวอยู่บ้างแล้ว จากการร่ำเรียนวิชาต่างๆ ทางด้านมานุษยวิทยามาด้วยจำนวนหนึ่ง ซึ่งช่วยให้ผมเข้าใจการวิพากษ์วิจารณ์ทฤษฎีของสำนักโครงสร้างสังคมหลวมและทฤษฎีของสำนักโครงสร้าง-หน้าที่นิยม ขณะที่นิยมชมชอบในทฤษฎีของนักมานุษย- วิทยาชาวอเมริกันชื่อ คลิฟฟอร์ด เกียร์ซ (Clifford Geertz) เกี่ยวกับการตีความวัฒนธรรมจากความหมายของคนในวัฒนธรรมเอง...

ในช่วงที่ลงทำงานภาคสนามครั้งแรกเมื่อปี 2521 นั้น ผมมีความรู้ทางทฤษฎีติดตัวอยู่บ้างแล้วจากการร่ำเรียนวิชาต่างๆ ทางด้านมานุษยวิทยามาด้วยจำนวนหนึ่ง ซึ่งช่วยให้ผมเข้าใจการวิพากษ์วิจารณ์ทฤษฎีของสำนักโครงสร้างสังคมหลวมและทฤษฎีของสำนักโครงสร้าง-หน้าที่นิยม ขณะที่นิยมชมชอบในทฤษฎีของนักมานุษยวิทยาชาวอเมริกันชื่อ คลิฟฟอร์ด เกียร์ซ (Clifford Geertz) เกี่ยวกับการตีความวัฒนธรรมจากความหมายของคนในวัฒนธรรมเอง...

[หน้า 4]
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2545). "มองข้ามวัฒนธรรมสู่การเรียนรู้ที่ชายขอบสังคมไทย" ใน ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล, บรรณาธิการ. คนใน: ประสบการณ์ภาคสนามของนักมานุษยวิทยาไทย. กรุงเทพฯ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).