ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930-2002) นักปรัชญาสังคมชาวฝรั่งเศส ได้ศึกษาในสาขาวิชาปรัชญาและอักษรศาสตร์ในกรุงปารีส หลังสำเร็จการศึกษาได้สอนวิชาปรัชญาในโรงเรียน ต่อมาเกณฑ์ทหารเข้าร่วมกองทัพฝรั่งเศสและถูกส่งไปประจำการที่แอลจีเรียระหว่างสงครามประกาศอิสรภาพแอลจีเรียจากฝรั่งเศส
ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930-2002) นักปรัชญาสังคมชาวฝรั่งเศส ได้ศึกษาในสาขาวิชาปรัชญาและอักษรศาสตร์ในกรุงปารีส หลังสำเร็จการศึกษาได้สอนวิชาปรัชญาในโรงเรียน ต่อมาเกณฑ์ทหารเข้าร่วมกองทัพฝรั่งเศสและถูกส่งไปประจำการที่แอลจีเรียระหว่างสงครามประกาศอิสรภาพแอลจีเรียจากฝรั่งเศส
ระหว่างรับราชการทหาร บูร์ดิเยอเริ่มสนใจศึกษาสังคมศาสตร์และชาติพันธุ์วิทยา เขาศึกษาชนพื้นเมืองชาวคาบิลซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของชาวเบอเบอร์ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่อาศัยแถบแอฟริกาเหนือ เขาผลิตผลงานเขียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับสังคมแอลจีเรีย บูร์ดิเยอได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในสาขาสังคมวิทยาที่วิทยาลัยแห่งฝรั่งเศส (Collège de France) เขาทำวิจัยทางสังคมวิทยามาตลอดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
ระหว่างรับราชการทหาร บูร์ดิเยอเริ่มสนใจศึกษาสังคมศาสตร์และชาติพันธุ์วิทยา เขาศึกษาชนพื้นเมืองชาวคาบิลซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของชาวเบอเบอร์ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่อาศัยแถบแอฟริกาเหนือ เขาผลิตผลงานเขียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับสังคมแอลจีเรีย บูร์ดิเยอได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในสาขาสังคมวิทยาที่วิทยาลัยแห่งฝรั่งเศส (Collège de France) เขาทำวิจัยทางสังคมวิทยามาตลอดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
บูร์ดิเยอนำเสนอผลงานการศึกษาและแนวคิดทฤษฎีครอบคลุมในหลากหลายประเด็น เช่น สังคมศาสตร์ วัฒนธรรม การศึกษาและศิลปะ ท่ามกลางบริบทของกระแสความคิดและการเมืองในฝรั่งเศสมีการเปลี่ยนแปลง เขาได้มีส่วนรวมในการเสนอแนวคิดเพื่อปรับปรุงระบบการศึกษา กระบวนการสื่อสารมวลชนและวัฒนธรรม ต่อมาจาก บริบททางเศรษฐกิจและกระแสการเมืองโลกในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 ได้ส่งอิทธิพลต่อบูร์ดิเยอ นำไปสู่การวิพากษ์ระบบเศรษฐกิจ การเมือง สื่อมวลชน กระแสโลกวิวัตน์และแนวคิดเสรีนิยมใหม่
บูร์ดิเยอนำเสนอผลงานการศึกษาและแนวคิดทฤษฎีครอบคลุมในหลากหลายประเด็น เช่น สังคมศาสตร์ วัฒนธรรม การศึกษาและศิลปะ ท่ามกลางบริบทของกระแสความคิดและการเมืองในฝรั่งเศสมีการเปลี่ยนแปลง เขาได้มีส่วนรวมในการเสนอแนวคิดเพื่อปรับปรุงระบบการศึกษา กระบวนการสื่อสารมวลชนและวัฒนธรรม ต่อมาจากบริบททางเศรษฐกิจและกระแสการเมืองโลกในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 ได้ส่งอิทธิพลต่อบูร์ดิเยอ นำไปสู่การวิพากษ์ระบบเศรษฐกิจ การเมือง สื่อมวลชน กระแสโลกวิวัตน์และแนวคิดเสรีนิยมใหม่
ภาพองค์รวมแนวคิดทฤษฎีปฏิบัติของบูร์ดิเยอนั้น ประยุกต์จากการศึกษาสังคมชาวพื้นเมืองคาบิล ณ ประเทศแอลจีเรีย เมื่อครั้งที่ประจำการกองทัพฝรั่งเศสในสงครามประกาศอิสรภาพแอลจีเรีย
บูร์ดิเยอนำเสนอในชื่อว่า "ทฤษฎีปฏิบัติ" (Practice theory) ซึ่งเป็นชุดกรอบความคิดที่ประกอบด้วย ฮาบิทัส (Habitus) ทุนทางวัฒนธรรม (Cultural capital) การจำแนกความแตกต่าง (Distinction) และความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic Violence) เป็นต้น
รูปแบบการเลือกรับวัฒนธรรมที่มีความสัมพันธ์จากสภาพการใช้ชีวิตของแต่ละชนชั้น โดยมีเงื่อนไขหลากหลายทั้งในด้านทุนทางวัฒนธรรม (cultural capital) เช่น การศึกษา การรับรู้สื่อ สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม รากฐานต้นกำเนิดจากสังคม สุนทรียภาพ เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการความแตกต่างทางชนชั้น โดยกระบวนการเหล่านี้คือ ฮาบิทัส (habitus) ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝังลึกเพื่อกำหนดการกระทำของมนุษย์
รูปแบบการเลือกรับวัฒนธรรมที่มีความสัมพันธ์จากสภาพการใช้ชีวิตของแต่ละชนชั้น โดยมีเงื่อนไขหลากหลายทั้งในด้านทุนทางวัฒนธรรม (cultural capital) เช่น การศึกษา การรับรู้สื่อ สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม รากฐานต้นกำเนิดจากสังคม สุนทรียภาพ เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการความแตกต่างทางชนชั้น โดยกระบวนการเหล่านี้คือ ฮาบิทัส (habitus) ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝังลึกเพื่อกำหนดการกระทำของมนุษย์
บูร์ดิเยอหยิบยกเอาวัฒนธรรมของผู้คนในสังคมฝรั่งเศส เช่น รสนิยมทางสุนทรียภาพ ระเบียบการรับประทานอาหาร การแต่งกาย และการเล่นกีฬาของแต่ละชนชั้น มาอธิบายถึงฮาบิทัสที่ฝังลึกในสังคม โดยในแต่ละระบบชนชั้นต่างรังสรรค์รสนิยมของตน ก่อเกิดมโนทัศน์และรสนิยมที่แตกต่างกัน
บูร์ดิเยอหยิบยกเอาวัฒนธรรมของผู้คนในสังคมฝรั่งเศส เช่น รสนิยมทางสุนทรียภาพ ระเบียบการรับประทานอาหาร การแต่งกาย และการเล่นกีฬาของแต่ละชนชั้น มาอธิบายถึงฮาบิทัสที่ฝังลึกในสังคม โดยในแต่ละระบบชนชั้นต่างรังสรรค์รสนิยมของตน ก่อเกิดมโนทัศน์และรสนิยมที่แตกต่างกัน
ฮาบิทัสเป็นแนวคิดแรกๆ ของบูร์ดิเยอและเป็นแนวคิดสำคัญของการปฏิบัติ เมื่อจะศึกษาทฤษฎีการปฏิบัติของบูร์ดิเยอ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะละเลยแนวความคิดนี้ และถึงแม้ว่าบูร์ดิเยอจะผลิตผลงานออกมามากมาย และผลงานหลังๆ จะไปไกลเกินกว่าแนวคิดเรื่องฮาบิทัสแล้วก็ตาม แต่ฮาบิทัสยังคงเป็นแก่นแกนทางความคิดของบูร์ดิเยอ และเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้สามารถขยายไปสู่ปริมณฑลทางความคิดอื่นๆ ของเขาต่อไปได้
สำหรับบูร์ดิเยอ ประเพณีพอตลัตช์ (Potlatch - ประเพณีที่มีการกินเลี้ยง แจกจ่าย หรือล้างผลาญทรัพย์สินอย่างไม่อั้นเพื่อเป็นการโอ้อวดหรือส่งเสริมสถานภาพทางสังคมของเผ่าเจ้าภาพซึ่งพบในกลุ่มอินเดียแดงแถบฝังตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต่บริเวณรัฐวอชิงตันไปจนถึงอลาสกา) มีมิติทางการเมืองปรากฏอยู่ด้วย กล่าวคือ เป็นกรณีตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ (violence symbolique) อันมีเป้าหมายหลักคือ "ทุนทางสัญลักษณ์" (capital symbolique) ซึ่งจำเป็นสำหรับการใช้อำนาจครอบงำเชิงสัญลักษณ์ (domination symbolique) ประเพณีพอตลัตช์ เป็นการแลกเปลี่ยนรูปแบบหนึ่ง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนแบบไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งมิได้ส่งผลให้เกิดความสมานสามัคคีเช่นการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ที่มีสถานะเสมอกัน แต่เอื้อให้สามารถดำรงความไม่เท่าเทียมกันเช่นนั้นต่อไปเรื่อยๆ ในลักษณะเดียวกับการเล่นแร่แปรธาตุที่แปรเปลี่ยนโลหะพื้นฐานให้เป็นทองคำและยืดชีวิตของมันออกไปอย่างไม่มีกำหนดในทางสังคม การเล่นแร่แปรธาตุเชิงสัญลักษณ์ช่วยให้ผู้ที่มีสถานะเหนือกว่า สามารถครอบครองอำนาจเชิงสัญลักษณ์ได้โดยอาศัยความชอบธรรมที่ได้รับมอบอย่างไม่มีเสียงคัดค้านจากผู้ถูกครอบงำ
สำหรับบูร์ดิเยอ ประเพณีพอตลัตช์ (Potlatch - ประเพณีที่มีการกินเลี้ยง แจกจ่าย หรือล้างผลาญทรัพย์สินอย่างไม่อั้นเพื่อเป็นการโอ้อวดหรือส่งเสริมสถานภาพทางสังคมของเผ่าเจ้าภาพซึ่งพบในกลุ่มอินเดียแดงแถบฝังตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต่บริเวณรัฐวอชิงตันไปจนถึงอลาสกา) มีมิติทางการเมืองปรากฏอยู่ด้วย กล่าวคือ เป็นกรณีตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ (violence symbolique) อันมีเป้าหมายหลักคือ "ทุนทางสัญลักษณ์" (capital symbolique) ซึ่งจำเป็นสำหรับการใช้อำนาจครอบงำเชิงสัญลักษณ์ (domination symbolique) ประเพณีพอตลัตช์ เป็นการแลกเปลี่ยนรูปแบบหนึ่ง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนแบบไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งมิได้ส่งผลให้เกิดความสมานสามัคคีเช่นการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ที่มีสถานะเสมอกัน แต่เอื้อให้สามารถดำรงความไม่เท่าเทียมกันเช่นนั้นต่อไปเรื่อยๆ ในลักษณะเดียวกับการเล่นแร่แปรธาตุที่แปรเปลี่ยนโลหะพื้นฐานให้เป็นทองคำและยืดชีวิตของมันออกไปอย่างไม่มีกำหนดในทางสังคม การเล่นแร่แปรธาตุเชิงสัญลักษณ์ช่วยให้ผู้ที่มีสถานะเหนือกว่า สามารถครอบครองอำนาจเชิงสัญลักษณ์ได้โดยอาศัยความชอบธรรมที่ได้รับมอบอย่างไม่มีเสียงคัดค้านจากผู้ถูกครอบงำ